All hotel

  • Marrakesh Hua Hin Resort & Spa

    Marrakesh Hua Hin Resort & Spa จากนครสีแดงในตำนาน สู่จุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของคู่รัก คู่แต่งงาน ณ ดินแดนสุดแสนโรแมนติกบนหาดหัวหิน เมื่อเอ่ยถึง ‘หัวหิน’ ภาพความงามของผืนทรายและท้องทะเลอันเป็นเสน่ห์ตรึงตราตรึงใจ ย่อมปรากฏขึ้นในความทรงจำของทุกคนในฐานะสถานที่ตากอากาศแสนประทับใจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จวบจนวันนี้ความงดงามนั้นยังคงมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เมื่อมาบรรจบกับความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับสถาปัตยกรรมสไตล์ “นีโอ โมร็อกกัน” (Neo-Moroccan) ของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa รีสอร์ทที่ผสมผสานความทันสมัยและความเย้ายวนใจแบบโมร็อกโก ภายใต้แรงบันดาลใจ “เมืองแห่งสีสัน” จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของดินแดนแห่งนี้ ด้วยมนต์เสน่ห์สไตล์โมร็อกกันที่ทุกคนสามารถสัมผัสได้ในทุกมิติเมื่อย่างเท้ามาเยือนดินแดนแห่งนี้ ส่งให้ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มเซเลบริตี้ นักร้อง ดารา นักแสดง ว่าเป็นหนึ่งในรีสอร์ทระดับไฮเอนด์ที่ต้องเดินทางมาพักผ่อนครั้งหนึ่งในชีวิตเมื่อมาเยือนหัวหิน รวมทั้งยังเป็นเสมือนดินแดนสุดแสนโรแมนติกในฝันของคู่รัก คู่ฮันนีมูน คู่แต่งงาน ที่แสวงหาสถานที่พักผ่อนอันหรูหราที่มีสไตล์ เงียบสงบ เป็นส่วนตัว ขณะเดียวกันก็มอบทิวทัศน์ที่แตกต่างจากการผสานอย่างลงตัวของอาคารสีแดงปูนสถาปัตยกรรมนีโอ โมร็อกกันร่วมสมัยตัดกับท้องฟ้าและน้ำทะเลสีครามสด อย่างที่ไม่มีที่ใดเหมือนบนหาดหัวหินแห่งนี้ แต่งงานริมหาดหัวหิน ในบรรยากาศเสมือนลัดฟ้าไปเมดิเตอร์เรเนียน กับแพ็คเกจแต่งงาน 4 สไตล์ บริการครบในที่เดียว ครบทุกรูปแบบที่คู่รักปรารถนากับ 4 แพ็คเกจจัดงานแต่งงานราคาคุ้มค่าที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ประกอบด้วย แพ็คเกจ Love at Sea บันทึกรักที่ท้องทะเล ความเรียบง่ายที่ลงตัว ในแพ็คเกจประกอบด้วย สถานที่สำหรับพิธีแต่งงานทางศาสนาคริสต์โดยบาทหลวงนำพิธีการ พร้อมตกแต่งสถานที่ให้อบอวลไปด้วยความรักไม่ว่าจะเป็นดนตรีบรรเลงประกอบพิธี, เค้กแต่งงาน 3 ชั้นขนาด 5 ปอนด์พร้อมตกแต่ง, ค็อกเทลดินเนอร์พร้อมน้ำอัดลมเสิร์ฟตลอดงานสำหรับแขก 30 ท่าน, ช่อดอกไม้สำหรับเจ้าสาว และช่อดอกไม้ติดเสื้อสำหรับเจ้าบ่าว, ห้องพัก “โอเชี่ยน ฟร้อนท์ สวีท” 2 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับคู่บ่าวสาวในระหว่างการจัดงาน และอาหารเช้าสไตล์โรแมนติก 1 มื้อ เสิร์ฟภายในห้องพัก พิเศษสุด สมนาคุณสำหรับคู่บ่าวสาวด้วยโปรแกรมนวด “Signature Radiant Massage” 60 นาที ที่นูรา สปา แพ็คเกจ Journey to the Ocean ออกเดินทางฉลองนิรันดร์กาลแห่งรักริมมหาสมุทร ในแพ็คเกจประกอบด้วย สถานที่สำหรับพิธีแต่งงานทางศาสนาคริสต์โดยบาทหลวงนำพิธีการ พร้อมตกแต่งสถานที่ให้อบอวลไปด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นดนตรีบรรเลงประกอบพิธี, เค้กแต่งงาน 3 ชั้น ขนาด 5 ปอนด์พร้อมตกแต่ง, ช่อดอกไม้สำหรับเจ้าสาว และช่อดอกไม้ติดเสื้อสำหรับเจ้าบ่าว พิเศษยิ่งกว่า ด้วยบาร์บีคิวดินเนอร์พร้อมน้ำอัดลมเสิร์ฟตลอดงานสำหรับแขก 30 ท่าน, แบ็คดร็อปสำหรับถ่ายภาพ, เวทีงานแต่งงาน, ซุ้มทางเดินประดับ, ดอกไม้เซ็นเตอร์พีซ, สมุดลงชื่ออวยพร, ของที่ระลึกสำหรับคู่บ่าวสาว ตลอดจนห้องพัก “เซเลสเทียล สวีท” 2 คืน พร้อมอาหารเช้าสำหรับคู่บ่าวสาวในระหว่างการจัดงาน และอาหารเช้าโรแมนติก 1 มื้อ เสิร์ฟภายในห้องพัก พร้อมสมนาคุณโปรแกรมนวด “Signature Radiant” 90 นาที สำหรับคู่บ่าวสาว ที่นูรา สปา แพ็คเกจ Renewal Wedding Vows ปฏิญาณรักใจกลางเมืองมาราเกช นครแห่งความโรแมนติก ในแพ็คเกจประกอบด้วย ดอกไม้ตกแต่ง ณ สถานที่ประกอบพิธีแบบศาสนาคริสต์โดยบาทหลวงนำพิธีการ พร้อมประดับตกแต่งแท่นปรัมพิธีสำหรับกล่าวคำปฎิญาณ, พิธี Wedding Sand, ซุ้มทางเดินประดับ, งานเลี้ยงม็อคเทลสำหรับแขก 30 ท่าน และแชมเปญ 1 ขวดสำหรับฉลองพิธี รวมถึงช่อดอกไม้สำหรับเจ้าสาว, ช่อดอกไม้ติดเสื้อสำหรับเจ้าบ่าว ตลอดจนห้องพัก “โอเชี่ยน ฟร้อนท์ สวีท” รวมอาหารเช้าสำหรับคู่บ่าวสาว จำนวน 2 คืน พร้อมตกแต่งห้องพักในธีมฮันนีมูนสำหรับคู่บ่าวสาวในคืนวันแต่งงาน แพ็คเกจ Thai Wedding เสน่ห์ความงดงามตามธรรมเนียมไทย ในบรรยากาศโมเดิร์นคลาสสิก ในแพ็คเกจประกอบด้วย พิธีรดน้ำสังข์และพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเช้าหรือเพลพระสงฆ์ 9 รูป พร้อมหอยสังข์สำหรับพิธีรดน้ำสังข์ และดอกไม้ประดาประดับตกแต่งสถานที่ในบรรยากาศแห่งความรัก, ดนตรีบรรเลงประกอบพิธี, ขบวนกลองยาว และของที่ระลึกสำหรับคู่บ่าวสาว บริการชา กาแฟ และของว่างสำหรับแขกผู้ร่วมงานจำนวน 20 ท่าน รวมถึงพวงมาลัยคล้องคอสำหรับบ่าวสาว, ช่อดอกไม้ติดเสื้อสำหรับพ่อแม่บ่าวสาว ตลอดจนมอบสิทธิ์เข้าพักในห้อง “จากุซซี่ สวีท” พร้อมอาหารเช้าสำหรับคู่บ่าวสาวจำนวน 2 คืนในระหว่างจัดงาน ไม่เพียงแต่แพ็คเกจงานแต่งงานสุดพิเศษที่มีมาให้เลือกหลากหลายรูปแบบเท่านั้น ในแพ็คเกจคู่รักยังจะได้สัมผัสกับความโรแมนติกจากห้องพักที่ออกแบบมาเพื่อคู่ฮันนีมูนโดยเฉพาะ อาทิ ห้องโอเชี่ยน ฟรอนท์ สวีท (Oceanfront Suite) กับขนาดพื้นที่ 62 ตารางเมตร ที่ทำมุม 180 องศากับทะเลหัวหินได้แบบเต็มตา พร้อมการตกแต่งสีสันสดใสสไตล์อาราเบี้ยนร่วมสมัย พร้อมอ่างจากุซซี่สุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก หรือ ห้องเซเลสเทียล สวีท (Celestial Suite) ที่ออกแบบมาในขนาดพื้นที่ 105 ตารางเมตร เหมาะสำหรับการฮันนีมูนเป็นอย่างยิ่ง ด้วยบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกและสีสันที่สดใส พร้อมสวนส่วนตัวบนดาดฟ้าที่ให้วิวทะเลกว้างขวาง 180 องศา มอบพื้นที่สำหรับดินเนอร์ส่วนตัวที่เพอร์เฟ็คที่สุด ให้คู่รักได้ดื่มด่ำพระอาทิตย์ขึ้น ชมพระอาทิตย์ตกดิน ดูดาว หรือพักผ่อนสบายๆ ใต้แสงดวงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้าของเมืองตากอากาศชั้นดีในยามค่ำคืน โลเคชั่นที่จะเปลี่ยนภาพพรีเวดดดิ้งให้สวยหรู ดั่งบินไปบันทึกรักที่โมร็อกโก จากจุดเริ่มต้นแห่งความรัก สู่การบันทึกความทรงจำก่อนวันวิวาห์อันแสนประทับใจกับโลเคชั่นมากมายสำหรับถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแสนหวานที่จะทำให้ love diary ของคุณลุค cool ดูมี taste ไม่ซ้ำใคร ที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa รีสอร์ทหรูในมนต์เสน่ห์อาหรับราตรีใจกลางเมืองหัวหิน เพียง 2 ชั่วโมงเศษจากกรุงเทพฯ คู่รักจะได้ดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์ความงดงามกลิ่นอายอาหรับริมหาดหัวหินที่กำลังจะเปลี่ยนบรรยากาศพรีเวดดิ้งริมทะเลให้กลายเป็นความหรูหรา และช่วยแต่งแต้มให้เลิฟไดอารี่ของทุกคู่รักเต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวการเดินทางในต่างแดน ราวกับตีตั๋วไปบันทึกรักที่โมร็อกโก แพ็คเกจถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง “Once in a Lifetime at Marrakesh Hua Hin” สุดพิเศษ มีให้เลือกทั้ง Ÿ Pre Wedding Day-Use Package สบายๆ แบบถ่ายเช้า-เย็นกลับ พร้อมห้องสวีทสำหรับแต่งตัว 1 วัน และสถานที่ถ่ายภาพสวยภายในบริเวณโรงแรมและชายหาด พักเบรกกับชุดอาหารเที่ยงสำหรับคู่บ่าวสาว 1 มื้อ และส่วนลดพิเศษอื่นๆ Pre Wedding Overnight Package ถ่ายภาพคอลเลคชั่นวิวาห์กันแบบจุใจ 2 วัน 1 คืน พร้อมถือโอกาสเที่ยวพักผ่อนที่หัวหินในห้องสวีทหรูพร้อมอ่างจากุซซี่สุดโรแมนติก รวมอาหารเช้าสำหรับคู่รัก เซตดินเนอร์โรแมนติก 1 มื้อ เช็คอินได้ก่อนเวลาและเลทเช็คเอ้าท์ พร้อมส่วนลดพิเศษอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ ฉีกรูปแบบงานฉลองวิวาห์ งานเลี้ยง งานปาร์ตี้ให้ล้ำสไตล์ไม่ซ้ำใคร กับธีมจัดงานซิกเนเจอร์ Arabian Night และ Seaventure ตอบสนองความปรารถนาของเหล่าคู่รัก คู่ฮันนีมูน คู่แต่งงาน Marrakesh Hua Hin Resort & Spa สร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่สุดโรแมนติก นำเสนอ 2 ธีม 2 สไตล์สุดชิคสำหรับการจัดงานวิวาห์ หรือ งานจัดเลี้ยง ปาร์ตี้ และอีเว้นท์ ในแบบฉบับซิกเนเจอร์ของ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa ที่การันตีว่าไม่มีใครเหมือน ไม่ว่าจะเป็นŸ ธีม Arabian Night ที่จะเนรมิตค่ำคืนวิวาห์แห่งความลึกลับ สนุกสนาน ท่ามกลางการตกแต่งสุดตื่นตาราวกับหลงไปในดินแดนเทพนิยายอาหรับราตรีสุดคลาสสิคอันก้องโลก ชนิดที่ว่าคู่รักและแขกในงานไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงโมร็อกโกก็สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายของดินแดนอาหรับได้ภายในงาน ธีม Seaventure สำหรับคู่รักที่หลงใหลการเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์ ธีมนี้พร้อมนำแขกทุกท่านออกผจญภัยไปในมหาสมุทรราวกับล่องไปบนเรือยอร์ชสุดหรูหรากับเหล่ากะลาสีและนักเดินทางรอบโลกอันแสนหรูหรามีระดับ คู่รัก คู่วิวาห์ที่สนใจจัดงานวิวาห์ หรือถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในมนต์เสน่ห์ใหม่บนความหรูหราสไตล์อาหรับ หรือท่านที่ต้องการจัดงานเลี้ยง อีเว้นท์ หรือ งานปาร์ตี้ ในสไตล์ที่แตกต่าง สามารถสอบถามโปรโมชั่นพิเศษและสำรองแพ็คเกจ ได้ที่ Marrakesh Hua Hin Resort & Spa โทร. 0-3261-6777 อีเมล reservations@marrakeshresortandspa.com หรือเข้าชมเว็บไซต์ได้ที่ www.marrakeshresortandspa.com

  • Hotel Muse Bangkok

    โฮเทล มิวส์ แบงค็อก ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคทองของการท่องเที่ยว การตกแต่งจะเป็นลักษณะตกวันตกผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับตะวันออก ห้องพักจะมีทั้งหมด 174 ห้อง แต่ละห้องจะตั้งชื่อตามสวรรค์ชั้นต่างๆ ได้แก่ 1. จาตุ ดีลักซ์ (Jatu Deluxe) ขนาด 39 ตารางเมตร 2.ดาวดึงส์ คอนเนอร์ ดีลักซ์ (Dowadueng Corner Deluxe) ขนาด 39 ตารางเมตร 3. ยามา เอ็กเซ็กคูทีฟ (Yama Executive) ขนาด 39 ตารางเมตร 4. ดุสิต ดูเพล็กซ์ (Dusid Duplex) ขนาด 76 ตารางเมตร 5. นิมมานสวีท (Nimman Suite) ขนาด 84-111 ตารางเมตร 6. ปรนิมเพนท์เฮ้าส์ (Paranim Penthouse) ขนาด 216 ตารางเมตร ทุกๆ ห้องจะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนี้ มินิบาร์ มุมทำงาน ทีวีจอแบนพร้อมช่องทีวี 65 ช่อง อินเตอร์เน็ต Wi-Fi ลำโพงต่อ iPod พร้อมเครื่องชงกาแฟ และชา สำหรับคู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานอยู่ Hotel Muse ภูมิใจนำเสนอ เมดิซี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ (Medici Kitchen and Bar) และ เดอะ สปีคอีซี่ (The Speakeasy Rooftop Bar) เมดิซี่ คิทเช่น แอนด์ บาร์ (Medici Kitchen and Bar) Medici ห้องอาหารและบาร์สไตล์นีโออินดัสเทรียล ที่ผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมไทยเข้ากับกลิ่นอายในแบบฉบับทัสคานีประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนผ่านด้วยการใช้องค์ประกอบแบบเรียบง่ายอย่างกำแพงอิฐ ถังไม้โอ๊ค และวาดเค้าร่างด้วยโครงเหล็กใหญ่สีดำ ทั้งยังสร้างความโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ Hours: Lunch: Noon – 2.30 p.m. Dinner: 6.00 p.m. – 11.00 p.m. Drinks: 6.00 p.m. until late เดอะ สปีคอีซี่ (The Speakeasy Rooftop Bar) The Speakeasy rooftop bar นี้ประกอบไปด้วย 2 ชั้น คือ ชั้น 24 และชั้น 25 ของโรงแรม คอนเซ็ปการตกแต่งห้องอาหารนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากช่วงยุค 19-20 สมัย Gatsby ที่เครื่องดื่มมึนเมาและปาร์ตี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทุกคนที่อยากจะดื่มสังสรรหรือจัดปาร์ตี้ต้องหลบซ่อน ดังนั้นโฮเทลมิวส์จึงได้ตั้งชื่อห้องนี้ว่า The Speakeasy Hours: 6.00 p.m. – 1.00 a.m.

  • BANYANTREE HOTEL

              บันยันทรี กรุงเทพ นับเป็นโรงแรมแห่งที่ 4 ในเครือบันยันทรีโฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2545 ทาเลที่ตั้งใจกลางเมืองย่านธุรกิจบนถนนสาทร ห่างจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพียง 40 นาที เป็นที่รู้จักกันดีว่าบันยันทรี กรุงเทพ เป็นโรงแรมใจกลางกรุง ที่เปิดให้บริการด้วยห้องพักแบบหรูหรา พร้อมบริการ บันยันทรีเอ็กเซ็คคลูซีฟคลับ และบริการสปาแบบครบวงจร           โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ มีห้องพักทั้งหมด 325 ห้อง ได้แก่ ฮอไรซอน โอเอซิสรีทรีท เซเรนิตี้คลับ ห้องสวีทแบบหนึ่งและสองห้องนอน สปาสวีท และเพรสซิเดนท์เชียลสวีท โดยห้องพักทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในพิกัดที่สามารถชมทัศนียภาพของมหานครกรุงเทพฯ ได้รอบด้าน ซึ่งจะนาท่านดื่มด่ากับทั้งบรรยากาศความศิวิไลซ์ของเมือง และสายน้าอันงดงามของแม่น้าเจ้าพระยา นอกจากนี้ยังมีสิ่งอานวยความสะดวกบริการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์บริการทางธุรกิจ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ ห้องประชุม 12 ห้อง สระว่ายน้า และบริการที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ บันยันทรี สปา แอนด์ แกลเลอรี่           แขกผู้มีเกียรติสามารถอิ่มอร่อยกับหลากเมนูหลายสัญชาติ จากห้องอาหารถึง 10 แห่ง โดยห้องเวอร์ทิโก้และมูนบาร์ ตั้งอยู่บนยอดตึกชั้น 61 นับเป็นห้องอาหารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่นักชิมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่าเป็นห้องอาหารประเภทกริลล์ – บาร์แบบเปิดโล่งที่ดูหรู มีระดับและสไตล์ล้ายุค สามารถชมทัศนียภาพแบบไม่จากัดขอบเขต 360 องศา ทั่วมหานครฯ ที่จะนาท่านเพลิดเพลินกับทั้งบรรยากาศและสุดยอดเมนูอาหารแสนอร่อย ที่เชฟบรรจงคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ คุณภาพเยี่ยม มาปรุงเป็นจานพิเศษสาหรับท่าน           ด้วยทาเลที่ตั้งใกล้ศูนย์การค้าชั้นนา และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย แขกที่มาพักจะสนุกสนานกับการทัศนาจร และช้อปปิ้ง พร้อมกันนี้โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ มีบริการ ช้อปปิ้งคอมพาเนียนเซอร์วิส ซึ่งเป็นบริการเสมือนเพื่อนร่วมช้อปปิ้งสาหรับแขกที่มีเวลาจากัดและไม่คุ้นเคยกับกรุงเทพฯ โดยทางโรงแรมจะจัดเพื่อนร่วมช้อปปิ้งที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดีพร้อมให้บริการท่านทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-17.00 น. ทั้งนี้แขกต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ อิ่มเอมกับอาหารหลากหลายจากทุกทิศทั่วโลก ณ ห้องอาหารหรูเลิศและมีเอกลักษณ์ ที่โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เวอร์ทิโก้           เริ่มจากจุดสูงสุดบนยอดตึกชั้น 61 ระฟ้า เวอร์ทิโก้ เป็นห้องอาหารกริลล์แบบเปิดโล่ง ตกแต่งด้วยสไตล์ที่ทันสมัยล้้ายุค ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง คลอเคล้าด้วยเสียงเพลง ที่ระดับความสูงเกือบ 200 เมตร เหนือระดับน้้าทะเล ที่นี่คุณสามารถชมทัศนียภาพของมหานครกรุงเทพ ใต้แสงดาวแบบไม่จ้ากัดขอบเขต 063 องศา เพลิดเพลินกับการอิ่มเอมกับทัศนียภาพจากมุมสูง แบ่งออกเป็น 2 โซน คือ เวอร์ทิโก้ และ มูนบาร์           เวอร์ทิโก้ ให้บริการอาหารสไตล์ตะวันตกหลากชนิด เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่้าทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 - 23.00 น. (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) แขกสามารถเลือกสั่งและลิ้มลองอาหารหลากหลายสัญชาติที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพเยี่ยม หรือเลือกลิ้มลองอาหารจานเด็ดที่เชฟได้บรรจงคัดสรรเป็นชุด มีให้เลือกตั้งแต่ 4 คอร์ส (4-course Degustation Set) และ 5 คอร์ส (5-course Degustation Set) ไบยุน           ห้องอาหารจีนไบยุน ตั้งอยู่บนชั้นที่ 59 ของโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ตกแต่งด้วยสไตล์จักรพรรดิ์จีนร่วมสมัยที่มีความหรูหรา ให้บริการอย่างเป็นกันเอง ภายใต้คอนเซปต์โทนสีน้้าเงิน ขอเชิญทุกท่านมาเลือกลิ้มลองสุดยอดเมนูอาหารจีนกวางตุ้งที่ได้รับรางวัลจากหลายสถาบันอาหารชั้นน้า พร้อมชมวิวบนตึกระฟ้าใจกลางมหานครกรุงเทพ           ที่ห้องอาหารจีนไบยุน เราได้เตรียมชาชั้นเลิศกว่า 00 ชนิด เช่น ชาอูลอง ชาปูเออร์ หรือชาเขียว ส้าหรับผู้ที่ชอบการจิบชา โดยชาแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อาทิ ชาปูเออร์มีคุณสมบัติในการรักษาโรค ชาอูลอง ช่วยท้าให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และช่วยให้ระบบย่อยอาหารท้างานมีประสิทธิภาพมากขึ้น           ห้องอาหารไบยุน ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 59 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เปิดทุกวันส้าหรับมื้อกลางวัน เวลา 11.30 –14.30 น. มื้อค่้า เวลา 18.00 – 23.00 น. มีห้องส่วนตัว สามารถรับรองแขกถึง 12 ท่าน และมีเมนูบุฟเฟ่ต์ติ่มซ้าให้บริการทุกวัน(ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่้า) แซฟฟรอน           แซฟฟรอน คือ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของโรงแรมในเครือบันยันทรี โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท ปรัชญาการตั้งชื่อห้องอาหารได้รับแรงบันดาลใจจาก “หญ้าฝรั่น” เมื่อแปรรูปแล้วมีลักษณะ เป็นผงแป้งสีส้มอมแดง ใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติและสีสันของอาหารให้น่ารับประทาน ยิ่งขึ้น “ห้องอาหารแซฟฟรอน” พร้อมให้บริการระดับสากล และเพิ่มพลังชีวิตแก่แขกทุก ท่านด้วยอาหารไทยรสชาติชั้นเลิศ           ณ ชั้น 15 และ 15 ของโรงแรมบั นยันทรี กรุงเทพ คือที่ตั้งของห้องอาหารไทยแซฟฟรอนร่วม สมัย เปิดให้บริการทุกวัน ส้าหรับมื้อค่้าตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น. ไทเฮ           ห้องอาหารไทเฮ ให้บริการอาหารญี่ปุ่นต้นตารับเน้นความสดใหม่ของ ซูชิ ซาชิมิ เทอริยากิ และ เทปันยากิ ชื่อของ “ไทเฮ” มีความหมายว่า “ความสงบ” สามารถรองรับแขกได้ถึง 73 ที่ ตกแต่งด้วย เฟอร์นิเจอร์โทนสีดาคลาสสิค อบอุ่น ลวดลายผนังจัดแสดงเหล้าสาเกนานาชนิด มีเคาเตอร์ ซูชิ ยากิโทริ และเทปันยากิ และห้องส่วนตัวให้เลือกนั่ง เพื่อลิ้มลองอาหารหลากรสอร่อย พร้อมชมวิวจากมุมสูง บนตึกระฟ้าในมหานครกรุงเทพ           แขกสามารถเลือกลิ้มลองความสดใหม่กับเมนู ซูชิ ซาชิมิ (ปลาทูน่า ท้องปลาทูน่า ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ดี และหายากที่สุด ปลาแซลมอน หอยแครง หอยเป๋าฮื้อ ฯลฯ เทอริยากิ และเทปปันยากิหลากชนิด หรืออาหารชุด พร้อมเพลิดเพลินไปกับการชมวิธีการปรุงอาหารของเชฟผู้มากความสามารถได้ตลอดทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่า ตลอดจนเลือกดื่มสาเกนานาชนิด หรือเครื่องดื่มค็อกเท็ลที่มีส่วนผสมของเหล้าสาเกเป็นส่วนผสมหลัก กอปรกับดนตรีบรรเลงญี่ปุ่นร่วมสมัยพร้อมขับกล่อม และเสริมให้มื้ออาหารของท่านมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น           ห้องอาหารไทเฮเปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวันตั้งแต่ 55.03 - 54.03 น. และมื้อค่าตั้งแต่ 58.33 - 50.33 น. ร่มไทร           ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนป่าธารน้าตกและต้นไทร ห้องอาหารร่มไทรให้ความร่มรื่นเป็นโอเอซิสบนถนนสาทร บริการท่านตลอดวัน เช้า กลางวัน เย็น ด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ตั้งแต่เวลา 6.33 - 50.33 น. พร้อมครัวเปิด เน้นการปรุงอาหารที่สดใหม่หลากรสชาติ กอปรกับลีลาในการปรุงอาหารที่จะเพิ่มความอร่อยมากยิ่งขึ้น เรายังมีเมนูอาหารตามสั่งที่ผสมผสานความเป็นที่สุดของแถบตะวันออกและแถบตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ให้ท่านรับประทานคู่กับไวน์ชั้นเยี่ยมที่ผู้เชี่ยวชาญของเราตั้งใจน้าเสนอเพื่อประสบการณ์ความอร่อยอย่างสมบูรณ์แบบ ยังมีอาหารทะเลย่างสดๆและสารพัดซอสให้เลือกจิ้มอย่างจุใจ อิ่มด้วยไอศกรีม เชอร์เบทมาก มายจากครัวของเราตามด้วยเค้กชอกโกแลตหรือบลูเบอรรี่ชีสเค้ก รับจัดบุฟเฟ่ต์แบบพิเศษ เช่นอาหารทะเล บาร์บีคิวในสวนให้ท่านได้ด้วย กู๊ดดี้ส์           เป็นที่นัดพบที่ให้ความเป็นกันเองและอบอุ่น กู๊ดดี้ส์น้าเสนออาหารเร่งด่วนยอดนิยมส้าหรับทุกท่านที่ชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง เช่น แซนด์วิชหลากสไตล์ สลัดต่างๆ เพรสทรี ไอศกรีมหลายรส และมีบริการแพคกลับบ้าน ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 อาคารไทยวา 1 ถนนสาทรซึ่งอยู่ติดกันกับโรงแรมฯ ให้บริการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 7.33 - 58.33 น. อัปสรา           เรืออัปสราดัดแปลงมาจากเรือบรรทุกข้าวโบราณ น้าท่านล่องไปตามแม่น้้าเจ้าพระยาอันเป็นแม่น้้าสายหลักของประเทศไทย แขกทุกท่านจะได้เพลิดเพลินตลอดเส้นทางเดินเรือที่ผ่านสถานที่ส้าคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้้าเจ้าพระยา พร้อมทั้งส้าราญใจไปกับของว่างและอาหารไทยต้ารับชาววังโดยเชฟฝีมือเยี่ยม ด้วยการบริการที่ประทับใจในแบบบันยันทรี           เรืออัปสราสามารถรองรับแขกได้ถึง 64 ท่าน ในบรรยากาศสบายๆ โดยเรือจะออกจากท่าริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา ทุกวันในเวลา 20.00 น. มูนบาร์           ตั้งอยู่ชั้นเดียวกับห้องอาหารเวอร์ทิโก้ เหมาะส้าหรับการนั่งพักผ่อนสบายๆ เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายของสังคมเมือง จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่คุณชื่นชอบ พร้อมชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น ให้บริการเครื่องดื่มหลากชนิดทุกวันตั้งแต่ 17.00 -1.00 น. (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) ละติจูด เลาจน์ & บาร์           หากคุณชอบสถานที่ที่เปิดโล่ง ได้สัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ เราขอแนะน้าละติจูดเลาจน์ แอนด์ บาร์ อีกสถานที่หนึ่งที่คุณสามารถหลีกหนีความจ้าเจและวุ่นวายได้ เลือกสั่งอาหารจากห้องอาหารไทย แซฟฟรอน หรือห้องอาหารไทเฮ เพื่อลิ้มลองความอร่อยได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่้า หรือเลือกสั่งแต่เพียงเครื่องดื่มนานาชนิด เพื่อจะได้จิบคลายเครียดหลังเลิกงานในวันที่แสนเหนื่อย จิบเครื่องดื่มเบา ๆ เคล้าเสียงเพลงบรรเลงแบบสด จากดีเจยอดนิยมท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง สบายๆ กอปรกับอวลไอของอากาศยามค่้าคืน พร้อมดื่มด่้ากับวิวทิวทัศน์ยามราตรีของมหานคร ตั้งแต่เวลา 17.00 – 01.00 น.ตั้งอยู่บริเวณ ชั้น 52 ของโรงแรมฯ ล็อบบี้ เลาจน์           ตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมฯ ให้บริการอาหารว่างและดนตรีอย่างมีระดับ เป็นจุดนัดพบส้าหรับแขกของท่าน และมีความเป็นสัดส่วนไม่พลุกพล่านส้าหรับนักธุรกิจ ล็อบบี้เลาจน์ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดตั้งแต่โทนสี เพิ่มชีวิตชีวาพร้อมมีดนตรีทั้งวัน

  • Aloft Bangkok

              Aloft Bangkok - Sukhumvit 11 เป็นที่พักทันสมัยซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง บริเวณสุขุมวิทใจกลางเมืองซึ่งรอบล้อมไปด้วยย่านธุรกิจ แหล่งช้อปปิ้ง ความหลากหลายด้านอาหาร รวมถึงประสบการณ์ด้านความบันเทิงใหม่ๆ และความสะดวกสบายในการเดินทางเพราะสามารถเดินทางมายังโรงแรมได้จากหลากหลายช่องทาง  แถมยังห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสนานาโดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาที ระยะทางจากท่าอากาศยานนานาชาติ สุวรรณภูมิเพียง 31 กิโลเมตร ซึ่งคุณสามารถเดินทางมายังโรงแรมโดยรถแท๊กซี่สาธารณะ หรือ รถ limousine ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และอีกหนึ่งบริการที่ง่ายและรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าแอร์พอตลิ้งจากสนามบินมายังสถานีมักสัน เพียง 15 นาทีจากโรงแรม และยังมีบริการรับส่งด้วยรถตุ๊กตุ๊กฟรีไปยังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสนานาและสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถฟรี Stay @ Aloft Bangkok - Sukhumvit 11           ห้องพักปรับอากาศมีเพดานสูง 9 ฟุต และหน้าต่างบานใหญ่ จึงให้ความรู้สึกกว้างขวางและทันสมัย ห้องพักทุกห้องมีโทรทัศน์จอแบนขนาด 42 นิ้ว แท่นวางไอพอด และน้ำดื่มบรรจุขวดฟรี ห้องน้ำทุกห้องมีพื้นที่ฝักบัวแบบวอล์กอินและเครื่องใช้ในห้องน้ำชั้นเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นพูล ฟุตบอลโต๊ะ หรือเกมเพลย์สเตชั่น 3 ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมที่ re:mix lounge ภายในล็อบบี้มีคอมพิวเตอร์สำหรับการพิมพ์และท่องอินเทอร์เน็ต เพราะที่นี่มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรีทั่วบริเวณ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ห้องออกกำลังกายที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และโปรแกรมวันพักผ่อนสุดพิเศษสำหรับเด็ก Eat @ Aloft Bangkok - Sukhumvit 11           ห้องอาหารนานาชาติ Crave มีเมนูอาหารให้ท่านเลือกสั่งบนไอแพดและเชี่ยวชาญในอาหารสมัยใหม่ re:fuel by Aloft เป็นห้องอาหารกูร์เมต์ที่ให้บริการสลัดและแซนด์วิชตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ w xyz bar มีการแสดงดนตรีสดและให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทลสดชื่น

  • JW Marriott Hotel Bangkok

    ไปเยี่ยมชมและเห็นกับตามาแล้วว่าห้องแกรนด์ บอลรูมโฉมใหม่ของ JW Marriott Hotel Bangkok หรูเริ่ดไร้ที่ติจน WE-MAG.COM ต้องขอประกาศให้ว่าที่คู่รักที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงานที่สะดวกสบายครบถ้วนรอบด้านได้เก็บไว้พิจารณากันอีกทางเลือก มาดูกันเลยค่ะว่า ห้องแกรนด์ บอลรูมห้องใหม่ห้องนี้ มีอะไรเจ๋งๆ กันบ้าง การออกแบบไม่ตกเทรนด์ ด้วยคอนเซ็ปต์การออกแบบตกแต่งภายในห้องที่ซึมซับเอาเทรนด์สีของปี 2015 ที่เรียกว่า ‘Style-Setting’ เข้ามาในการช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราและมีกลิ่นอายของเมืองใหญ่ สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนเมืองหลวงที่ประสบความสำเร็จ มีความมั่นใจและเฉียบคม โดยทำการออกแบบพื้นที่ขนาด 1,521 ตารางเมตร ซึ่งรวมไปถึงห้องแกรนด์ บอลรูม ห้องประชุมจำนวน 9 ห้องขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงความหรูหราแต่ทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับห้องประชุม แมนฮัตตัน สตูดิโอ และห้องประชุมสุขุมวิทที่มีอยู่ ซึ่งการปรับปรุงใหม่นี้รวมไปถึงการเปลี่ยนลวดลายพรมให้ดูทันสมัย การตกแต่งผนังของห้องประชุมด้วยลวดลายผนังบังตาทำจากวัสดุโลหะผสมผสานกับผนังไม้สีโทนเข้มเพิ่มความหรูหราให้กับบรรยากาศโดยรอบและเพิ่มความลงตัวด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีม่วงและส้มที่สร้างความโดดเด่นมีกลิ่นอายของสังคมเมืองมากขึ้น การออกแบบและการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกของเมืองแมนฮัตตัน ช่วยเพิ่มความสอดคล้องตรงกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม บอกได้เลยว่า ด้วยการออกแบบตกแต่งที่ว่า คุณสามารถควงแขนถ่ายภาพกันได้ทุกมุม และเมื่องานแต่งผ่านพ้นไป ภาพที่ปรากฎก็โมเดิร์นไม่เสื่อมคลาย ระบบแสง สี เสียงสุดล้ำ ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบแสง LED-RGB ผสมผสานกับโคมไฟโมเดิร์นสวยงาม รวมไปถึงระบบเสียงที่ทันสมัยคู่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคสุดล้ำและจอโปรเจคเตอร์ LCD สัญญาณภาพความละเอียดระดับสูง (High Definition) ขนาด 16x9” ส่งสัญญาณภาพเชื่อมต่อแต่ละห้องสำหรับงานจัดเลี้ยงและการประชุมขนาดใหญ่ เทคโนโลยีระบบไฟแบบ RGB (Red Green Blue) ที่สามารถเลือกเฉดสีได้มากถึง 16 ล้านเฉดสี ประสิทธิภาพสูง ให้ค่าแสงสว่างสูงในขณะที่ใช้พลังงานน้อย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใหม่ด้วยแผงไฟแบบมูฟวิ่งเฮด (Moving Head) และฟอลโล่ สปอทไลท์ (Follow Spotlights) ระบบไฟเหล่านี้สามารถควบคุมและเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการ แต่งแต้มทุกงานของคุณให้มีสีสันมากขึ้น 3 โซนสุดเดิร์น “The Arrival Hall” พื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นส่วนต้อนรับหรือเป็นพรี-ค็อกเทล สำหรับงานจัดเลี้ยงทั่วไป พื้นที่นี้ประกอบไปด้วยบาร์เครื่องดื่ม ที่นั่งสไตล์ ‘เล้าจน์’ ชั้นวางหนังสือและแกลเลอรี่ภาพขนาดใหญ่ดูเรียบหรู “The Open Kitchen” เป็นพื้นที่สำหรับแขกและเชฟที่จะได้สื่อสารโต้ตอบกัน ด้วยครัวเปิดที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับงานเลี้ยงแบบค็อกเทล การประชุมที่มีคอฟฟี่ เบรค การจัดชั้นเรียนทำอาหาร และการจัดงานเลี้ยง งานประชุมทั่วไปที่เป็นการพบปะสังสรรค์กัน “The Residential Style Ballroom and Meeting Room” พื้นที่ห้องประชุมที่สามารถรองรับแขกผู้ใช้บริการได้มากถึง 700 คน สำหรับงานเลี้ยงแบบค็อกเทล และ 600 คน สำหรับงานเลี้ยงแบบกาล่า เรียกได้ว่าอีกหนึ่งสถานที่จัดงานในอุดมคติสำหรับทั้งงานประชุมและงานเลี้ยงสุดพิเศษของคุณ ดีงามรอบด้านขนาดนี้ คุณจะมองหาที่จัดงานแต่งงานที่ไหนอีก จริงไหมคะ

  • ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok)

    The Okura Prestige Bangkok (รับแขกได้ 200-350 คน) ตึกปาร์คเวนเชอร์ อิโคเพล็กซ์ ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โทร. 0-2687-9000 www.okurabangkok.com           "ห้องแกรนด์บอลรูม" ดีไซน์ในสไตล์โมเดิร์นเรียบง่ายโทรสีน้ำตาลทอง ห้องดูโปร่งโล่งด้วยซิลลิ่งสูงถึง 9 เมตร เด่นที่เวทีีลอยฟ้า Sky Stage มีจอสกรีนขนาดใหญ่ จัดเลี้ยงแบบค็อกเทลรับแขกได้ 350 คน บุฟเฟต์และโต๊ะจีนรับแขกได้ 200 คน จอดรถได้ถึง 500 คัน หมายเหตุ : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กับทางโรงแรม

  • อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพมหานคร (InterContinental Bangkok Hotel)

    InterContinental Bangkok Hotel (รับแขกได้ 670-1,800 คน) เพลินจิต กรุงเทพฯ โทร. 0-2656-0444 www.intercontinental.com/icbangkok คู่รักสามารถเลือกจัดงานในห้องจัดเลี้ยงได้หลายขนาด ไม่วาจะเป็นงานหมั้นที่อบอุ่นหรืองานเลี้ยงขนาดใหญ่ พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีทั้นสมัยที่สุด ห้องแกรนด์บอลรูมสไตล์ยูโรชิคในโทนสีน้ำเงิน สามารถรองรับแขกได้ถึง 1,200 คนสำหรับงานค็อกเทล และ 670 คนสำหรับงานกล่าดินเนอร์ และยังเพิ่มพื้นที่จัดงานให้กับแขกได้ด้วยบริเวณส่วนหน้าห้องจัดงานเลี้ยงที่กว้างขวาง ทำให้สามารถรอบรับแขกได้ถึง 1,800 คน สำหรรับงานค็อกเทล และ 750 คนสำหรับงานกาล่าดินเนอร์ หมายเหตุ : สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้กับทางโรงแรม